2007/Oct/25

รู้สึกเหมือนที่exteenแห่งนี้จะเป็นที่หลบภัยไปซะแล้ว...

ที่คนไม่ค่อยเข้ามา เป็นที่ๆไม่ค่อยมีใครรู้จัก และเป็นที่ๆฉันจะได้หลบภัย...

พักนี้รู้สึก feeling deeply bad กับตัวเองมาก..

เริ่มคิดว่าจริงๆแล้วตัวเองมีเพื่อนรึเปล่าและมีมาตั้งแต่เมื่อไร
  ไปmeetingห้องก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับใคร..คนที่เจอก็ไม่ค่อยได้คุยกับเราอย่างสนิท
  พอตัวเองคิดว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน คิดไปคิดมาก็หาเพื่อนไม่เจอ
  คนรอบข้างเริ่มมีทีท่าเบื่อกับสิ่งที่ฉันพูด
  ฉันทำอะไรก็ดูเหมือนจะทำเพื่อตัวเองไปหมด...

...ที่จริงฉันมีเพื่อนไหม?...

เคยมีเพื่อนสนิทหรือป่าว ที่แน่ๆ...ตอนนี้ดูเหมือนอดีตทุกอย่างจะไม่มีผลกับปัจจุบันของฉันเสียแล้ว
เพื่อนที่เคยคบกัน...เพื่อนที่คอยทักทายกัน...เพื่อนที่คอยถามว่าเธอเป็นอะไร?... ดูเหมือนว่าจะไม่มีอีกแล้ว
จากคอมเม้นที่แล้ว คุณคงจะเห็นว่าฉันมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้เข้ามาในคณะนี้ แมความสุขแค่ไหนกับสิ่งที่ฉันเป็นอยู่... ตอนนี้ฉันเริ่มไม่มั่นใจกับสิ่งเหล่านั้นซะแล้วซิ ...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?

เรื่องราวข้างล่างนี้ ที่จริงฉันก็ไม่ได้หวังให้คุณมาอ่านเพื่อเห็นใจฉันหรอก...ถ้าไม่อ่าน ก็ไม่เป็นไร
ฉันแค่คิดว่าได้มาที่นี่..ก็เหมือนมาหลบภัยเท่านั้น

พูดมากันเลยตรงๆหล่ะกัน...

มีเพื่อนที่คณะคนนึง ...เขาชื่อว่ากิ๊บ... ตอนแรกก็คิดว่าเขาเป็นเพื่อนเราได้..อันที่จริง เราต่างหากที่คิดว่าเป็นเพื่อนเขาได้ ... วันหนึ่งหลังจากที่ไปบูมพี่ๆที่รับปริญญา กิ๊บมานอนคุยแผ่หลาอยู่ที่พื้นหน้าห้องดรออิ้งกับฉัน คุยถึงอดีต และอนาคต... พวกเราคุยกันว่าที่จริงตัวพวกเราเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันซินะว่า..อยู่ที่นี่จะมีเพื่อนกับเค้าบ้างไหม.. และจะมีแฟนกับเขาบ้างรึเปล่า.. กิ๊บถามฉันอย่างตรงไปตรงมาว่า ฉันเคยมีแฟนไหม.. ฉันบอกไปอย่างเร็วว่าไม่มี และไม่เคยมี... (ตอนนี้เหตุการณ์เลวร้ายในอดีต ฉันจะไม่นึกถึงมันแล้ว และจะคิดเสียว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ฉันนเสียใจกับมันมามากพอแล้ว) ...ฉันตอบไปว่าไม่มี... และเขาก็ตอบเช่นเดียวกันว่า "ฉันก็ไม่มี"...
ตอนนั้นฉันรู้สึกดีใจที่มีคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับฉัน คืออย่างน้อยก็มีบางสิ่งที่ตรงกัน..

เวลาผ่านไป...
ตอนนี้มีรุ่นพี่คนนึงได้เข้ามาคุยกับฉันและถามฉันว่า"รู้ไหมว่าพี่ชอบใคร..ใกล้ๆเธอนั้นหละ"..ฉันสามารถเดาออกได้ในทันทีว่า..เขาชอบเพื่อนฉันคนนั้น..กิ๊บ
ที่จริงฉันก็มีเพื่อนอีกคนชื่อว่าโย.. และฉันก็คิดว่าเขาคือเพื่อนที่สนิทคนเดียวของฉัน ณ ตอนนี้หรือเพื่อนคนเดียวก็ว่าได้  โย กิ๊บและฉัน แต่ก่อนตอนมาใหม่ๆ พวกเราก็สนิทกันอยู่3คนไปไหนก็ไปด้วยกัน


แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความลับในหมู่เพื่อนก็เริ่มมีกัน ในขณะที่รุ่นพี่คนนั้นมีฉันเป็นที่ปรึกษา..กิ๊บก็มีโยเป็นที่ปรึกษาเช่นกัน แต่ฉันเพิ่งมารู้ภายหลังว่าที่จริงแล้ว โยน่ะชอบรุ่นพี่คนนั้นแต่กิ๊บน่ะบอกว่าไม่ชอบ เอาเป็นว่าในตอนสุดท้ายแล้ว... โยก็พยายามตัดใจจากพี่เค้า.. ส่วนกิ๊บปากก็บอกว่าไม่ได้ชอบเค้า... แต่ฉันก็พอจะเดาตอนสุดท้ายว่าผลจะป็นอย่างไร... ตอนนี้ฉันรู้สึกแย่กับตัวเองมากเพราะดูเหมือนทุกๆวันที่พวกเราสามคนเจอกัน จะมีแต่เรื่องพี่เค้าคนนั้นเข้ามาตลอดจนฉันเริ่มทนไม่ไหว... ฉันเลยบอกกับพวกเขาไปตรงๆว่า.."จะมีซักวันไหมที่จะไม่มีชื่อพี่เขาเอ่ยขึ้นซักวันนึง"... พวกเขาเงียบไปและตอนนี้ก็ไม่ค่อยได้พูดถึงพี่เขาอย่างแต่ก่อนฉันเคยบอกกับโยว่า แนไม่ได้ตั้งใจพูด แต่โยก็บอกกับฉันว่า "ไม่เป็นไร เราก็ไม่ได้ตั้งใจ"...ฉันก็คิดว่าเรื่องจะดีขึ้นแล้ว เพราะพวกเราสามคนก็สนิทคุยกับพี่เค้าด้วยอย่างตบหัวลูบหลังกันเลยทีเดียว...แต่มันไม่ใช่แล้ว
ตอนนี้ฉันเริ่มไม่ได้คุยกับกิ๊บเพราะฉันคิดว่าควรจะปล่อยให้เขาอยู่กับรุ่นพี่คนนั้น เพราะด้วยอีกเหตุผลหนึ่งคือฉันยังคงคุยกับพี่คนนั้นอยู่..ฉันก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้ซักเท่าไร อยากจะให้พวกเขารู้จักกันมากขึ้นโดยที่ฉันไม่ได้เป็นคนบอกจะดีกว่า... ตั้งแต่ฉันเริ่มห่างจากกิ๊บ..ก็ดูเหมือนโยจะเริ่มห่าวจากฉันด้วย เพราะโยและกิ๊บดูเหมือนจะมีเรื่องให้คุยกันมากกว่าที่มีฉันอยู่ด้วยเหมือนแต่ก่อน.. ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว...

เมื่อเร็วๆนี้ตอนปิดเทอม ฉันได้เจอเพื่อนๆที่คณะอีกครั้ง...โยเริ่มเมินในสิ่งที่ฉันพูด คือ ในขณะที่ฉันพูดกับเขา เขากลับพูดกับอีกคนนึง ... .... ... (ฉันย้ำอีกทีว่านี้คือเรื่องจริง..ไม่ได้แต่งขึ้น)... ... ... ฉันนิ่ง และไม่รู้จะทำอย่างไร ดูเหมือนเวลาฉันพูดกับใครแล้วจะเป็นทุกอย่างเกี่ยวกับฉันไปหมด พอฉันถามคนอื่นเรื่องเขา ฉันกลับจำไม่ได้ในสิ่งที่เขาตอบมา... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...
ในวันนั้นที่รุ่นพี่คนนั้นมาบอกกับฉันเรื่องนั้น..ฉันกลับบอกเขาไปว่า"พี่เป็นผู้ชายต้องเป็นคนบอกชอบ ผู้หญิงนะ ผู้หญิงไม่มีหรอกที่จะเป็นคนบอกเอง"... ฉันควรพูดประโยคนั้นออกไปไหม?

ตอนนี้ความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง และเหงาโดดเดี่ยวมันช่างวนเวียนอยู่รอบตัว...อยากจะอาเจียนมันออกมา...เผามันให้เรียบ...เอามันไปให้พ้น..แต่ก็ทำไม่ได้...


                          "ชีวิตเราไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่จะรีสตารท์ใหม่ได้เสมอ มีแต่พอกพูนให้สูงขึ้นต่อไป"

อยากจะความอบอุ่นมากอด ปลอบ และบอกกับฉันว่าทุกอย่างจะดีเอง.. แต่ก็มีแต่สายลมเย็น....

วันๆตลอดที่ผ่านมา ฉันเฝ้ามองดูชีวิตของคนที่ฉันรู้จัก.. ฉันรู้ว่าไม่ควรทำอย่างไร และทำอย่างไรให้ชีวิตดีขึ้น แต่ฉันไม่คิดเลยว่า...ฉันจะจนมุมกับตัวเองเช่นนี้....

 

edit @ 25 Oct 2007 04:04:11 by hisei~

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เฮ้อ แฟนทำพิษซะแล้ว

ถ้าคิดในแง่ดี(รึเปล่านะ) เอมมี่กับสองคนนั้นอาจจะมีชะตาร่วมกันเท่านี้ก็ได้ หรือนี่อาจจะเป็นอุปสรรคที่จะพิสูจน์มิตรภาพหรือเปล่า Who knows เนอะ

เราพูดไม่ได้ว่าเข้าใจเอมมี่หรอกนะ แต่แกยังมีเพื่อนๆอยู่ ไม่ได้ตัวคนเดียวนะ ทุกคนเองก็กำลังอดทนและพยายาม มีปัญหาเกิดขึ้นเหมือนกัน และถ้าแกหนักจริงๆ จะกลับมาหาเพื่อนเก่าก็ไม่ผิดนะโว้ย
(แต่ช่วยอย่าทักในmตอนดึกนะ ชั้นมันพวกความดันต่ำ อาจกัดแกแทนได้ question 55)

รักนะเฟร้ยย ถึงจะไม่ค่อยได้คุยกะแกมากเหมือนคนอื่นก็เหอะ
#1  by  เจ้าชายฝึกหัด At 2007-10-25 11:52, 
โตขึ้นเยอะเลยนิ
แต่จะดีกว่านี้ถ้าโตขึ้นแล้วคิดถึงตัวเองให้มากๆหน่อยน่ะ

ป้าบอกเฉยๆ
#2  by  songsage At 2007-10-25 14:22, 
สเมอนอฟ ช่วยคุณได้ เอ้ย ไม่ใช่ละ : P
ดูโฆษณามันมากไป

พี่เอ้ย ขอให้ผ่านอุปสรรค์นี้ไปให้ได้นะฮ้า
คิดถึงนนวุ้ยๆ

#3  by  กิ้งก่าปอม At 2007-10-25 22:23, 
อืม...แอบช็อกนิดหน่อยตรงที่เอมมี่เริ่มลังเลใจในความเป็นเพื่อนของพวกเรา(เศร้านะเนี่ย TT TT) แต่เรื่องที่ไปงานมีตติ้งแล้วไม่รู้จะคุยอะไรเนี่ย เราก็เป็นเหมือนกัน(อาจจะเพราะแต่เดิมเราไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ถึงก่อนจะแยกย้ายกันไปเราจะเริ่มคุยๆ ขึ้นมาบ้างก็เหอะ แต่พอมาเรียนเกี่ยวกับการเขียนแล้ว นิสับเดิมของตัวเองเลยออกมาซะงั้น - -") บอกตามตรงว่าอึดอัดเหมือนกัน ทั้งที่อุตส่าห์ได้มาเจอทุกคนแล้ว และแต่ละคนก็น่าจะมีประสบการณ์ที่ตัวเองพบเจอมาเล่ากันให้เม้าท์แตก แต่ทำไมไม่รู้เราถึงคิดไม่ออกเลยว่าวินาทีนั้นน่ะเรากะจะพูดอะไรกับเพื่อนๆ ที่ได้มาเจอกันบ้าง พอกลับบ้านไปเรารู้สึกหัวเสียกับตัวเองมากเลยว่าทำไมเราเป็นแบบนี้ ยิ่งกว่านั้น เราแทบจะไม่เคยโทรหาเพื่อนซักคน ไม่ใช่เพราะไม่อยากโทรแต่เพราะไม่รู้ว่าใครว่างกันตอนไหนบ้าง กลัวว่าตัวเองจะโทรไปตอนที่เพื่อนกำลังยุ่งแล้วจะกลายเป็นว่าเราโทรไปรบกวน คนที่อึดอัดใจเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เอมมี่คนเดียวหรอกนะ ที่เรากลัวก็คือกลัวตัวเองจะถูกมองว่าไม่เป็นคนจริงใจมากกว่า

...พิมพ์ไปพิมพ์มาจะต่อได้อีกบล็อกนึงแล้วนะเนี่ย นิสัยนักเขียนมาอีกจนได้แฮะ(ทีพูดไม่ค่อยพูด ทีเขียนล่ะเป็นพืดเลยเรา - -")...
#4  by  Chibidora ^ ^ (58.9.136.87) At 2007-11-02 14:58, 
**กอด**

เป็ดเอ้ย ... ขอโทษที่มาอ่านช้านะ ยังดีกว่าไม่อ่าน

รักเป็ดนะ แบบเพื่อน มีอะไรก็คุยกันสิ

อ่านแล้ว inner สุดๆ angry smile

เอมมี่เปลี่ยนไปเยอะนะ

ทุกคนเป็นห่วงนะ
#5  by  ☆ C H I K A ★ At 2007-11-11 23:08, 
บางครั้งชีวิตมันก็วุ่นวายเกินจะเข้าใจ
แต่เท่าที่อ่านแกก็โตขึ้นจริงๆน่ะแหล่ะ
เหมือนจะเข้าใจอะไรมากขึ้น
สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากับสิ่งที่เค้าคิดอาจจะต่างกัน
สุภาษิตไทยบอกว่ารักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ
การที่มครจะเป็นเพื่อนกันได้ก็ต้องยอมรับกันได้
เพราะไม่มีใครที่ดีทั้งหมด และไม่มีใครที่เลวร้ายไปทั้งหมด
อดีตมันเลวร้ายแต่มันทำให้เราเดินได้ต่อไป เหอะๆ
แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ บางครั้งการระบายกับใครสักคนก็ทำให้แกรู้สึกดีขึ้นได้
มันไม่ใช่ว่าแกไม่มีเพื่อน
แต่แกไม่มองหาเพื่อนแกเองต่างหาก
#6  by  Akuron (202.5.95.205) At 2007-12-15 18:13, 

<< Home


Ichya~Ichya~
View full profile